ซี-ซ่า นักเทนนิสมือวางอันดับ 1 แชมป์ประเทศไทย

   หากจะเอ่ยชื่อ ฉัตรมณี - นภาวี จันทร์เขียว คนพัทลุงอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าเอ่ยชื่อ ซีซ่า ก็จะร้องอ๋อ เพราะซีซ่า คือชื่อเล่นของนักเทนนิสฝาแฝด มือวางอันดับ 1 รุ่น 10 ปี แชมป์ประเทศไทย

   น้องซีและน้องซ่า เริ่มฝึกเล่นเทนนิสตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และมีพัฒนาการที่ดีตลอด 4 ปี ของการเล่น โดยน้องซี ฉัตรมณี ก้าวสู่การเป็นแชมป์ประเทศไทย หญิงเดี่ยวไม่เกิน 10 ปี ในขณะที่ น้องซ่า นภาวี ได้รองแชมป์ไปครอง และเตรียมฟิตเปรี๊ยะ เพื่อลงสนามดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก สนามภาคใต้ ระหว่างวันที่ 12 -14 พฤษภาคม 2550

   ในฐานะที่ทั้งคู่ได้ผลัดกันเป็นแชมป์และรองแชมป์หลายรายการ นั้น น้องซีและน้องซ่า กล่าวว่า เมื่อมาเข้ารอบชิงแชมป์กันเอง ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะไม่ว่าใครจะชนะ ก็เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยยอมให้กัน ต้องแข่งขันเต็มฝีมือทุกครั้ง โดยน้องซ่า ยอมรับว่า น้องซีวางทางบอลได้แม่นกว่า เล่นลูกสั้นได้ดี ในขณะที่ตนเอง เล่นท้ายคอร์ดได้ดีกว่า ส่วนผลแพ้ชนะ อาจจะดูได้ตั้งแต่ต้น หากใครมีสมาธิมากกว่า อารมณ์ดีกว่า ก็จะเอาชนะไปได้ในการแข่งขันนั้น

   ทุกวันนี้ น้องซี น้องซ่า ต้องลงสนามซ้อม สัปดาห์ละ 7 วัน โดยจันทร์ ถึง ศุกร์ ซ้อมวันละ 3 ชั่วโมง ส่วนเสาร์อาทิตย์ ซ้อมหนักถึงวันละ 6 ชั่วโมง โดยพี่น้องฝาแฝดทั้งคู่ให้เหตุผลของการซ้อมหนักว่า ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเทนนิสมืออาชีพ จึงไม่เคยเบื่อหน่ายการฝึกซ้อม และแน่นอนว่า นักเทนนิสมืออาชีพในดวงใจของทั้งคู่ คือ นักเทนนิสฝาแฝด วีนัส-ซีรีน่า วิลเลี่ยมส์ นั่นเอง

   หากแต่การจะก้าวเข้าสู่การเป็นนักเทนนิสมืออาชีพได้นั้น นอกจากการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักแล้ว ผู้สนับสนุนการแข่งขัน ก็มีบทบาทสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยการเดินทางไปแข่งขันสนามต่าง ๆ แต่ละครั้งนั้น ทั้งคู่มีค่าใช้จ่ายเที่ยวละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท เพราะเมื่อแข่งชนะต้องอยู่หลายวันกว่าจะถึงรอบสุดท้าย รวมทั้งปี ไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายทุกอย่างต้องคูณสอง ทั้ง ค่าที่พัก ค่าสนามซ้อม ค่าไม้เทนนิส และอีกจิปาถะ

   เมื่อลองไล่เรียงชื่อผู้ให้การสนับสนุนการเดินทางแข่งขันของฝาแฝดมือวางอันดับ 1 รุ่น 10 ปีแล้ว ก็พอมีบ้าง ตามกำลังศรัทธา แต่ไม่น่าเชื่อว่า ไม่มีชื่อสมาคมกีฬาจังหวัดพัทลุงอยู่ในบัญชีรายชื่อนั้น ทั้งที่ฝาแฝดคู่นี้ ได้ทำชื่อเสียงให้กับวงการกีฬาพัทลุงมานานถึง 4 ปี ส่วนเหตุผลที่ไม่มีชื่อสมาคมกีฬ่าอยู่ในนั้น ก็คือ สมาคมฯ ไม่มีงบประมาณ

  ทุกวันนี้ ผู้ปกครองน้องซี น้องซ่า ต้องใช้วิธีการรัดเข็มขัดทุกรายการที่จำเป็นต้องจ่ายในทุกการแข่งขัน เช่น การจ่ายค่าสนามซ้อมโดยเฉพาะเมื่อต้องไปรอแข่งขันในกรุงเทพเป็นระยะเวลาหลายวัน น้องซี น้องซ่า จำเป็นต้องซ้อมเทนนิสกลางแดดเผาในช่วงกลางวัน เพราะเป็นช่วงที่ค่าเช่าสนามถูกที่สุด ต่างกับการซ้อมในเวลาอื่น โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ที่ต้องจ่ายค่าเช่าสูงขึ้นเป็นสองเท่า ส่วนเงินรางวัลจากการแข่งขันไม่ต้องพูดถึง เพราะยังไม่ได้ก้าวไปถึงขั้น ภราดร ศรีชาพันธุ์ จะมีก็แต่เหรียญ ถ้วยรางวัล และเกียรติบัตรเต็มบ้าน ซึ่งไม่สามารถแปลงเป็นงบประมาณสำหรับการเดินทางได้ ทั้งคู่จึงได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่ง อาจจะมีใครสักคน เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลัก และผลักดันให้สู่ความฝันได้ในเร็ววัน

   สำหรับ น้องซี น้องซ่า นั้น ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนเทศบาลนางลาด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ผลการเรียน เกรดเฉลี่ย 4.00 ทั้งสองคน และทุกครั้งที่ชนะการแข่งขันกลับมา ทั้งคู่จะขอตะลุยร้านหนังสือ เพื่อหาซื้อหนังสือแนวผจญภัย เป็นการฉลองความสำเร็จให้กับตัวเองทุกครั้ง
หากแต่ใช่ว่าทั้งคู่จะไม่สนใจข่าวสารบ้านเมือง เพราะเมื่อถามว่า "รู้สึกอย่างไร ที่เห็นข่าวภราดร หมั้นกับนางงามจักรวาล" ทั้งคู่ก็ตอบว่า "เป็นความรู้สึกที่ดี เพราะภราดรเป็นคนเก่ง ก็สมควรแล้วที่จะมีแฟนสวยเป็นรางวัล" และเมื่อถามว่า หากเจอภราดร ทั้งคู่จะถามอะไรเป็นคำถามแรก น้องซ่ารีบบอกทันทีว่า จะถามภราดร ว่า "กินอะไรถึงตัวโต" ส่วนน้องซี กลับอยากรู้ว่า "ภราดรกินอะไรก่อนลงแข่งขันถึงชนะ"

   ทุกวันนี้ น้องซี และน้องซ่า ยังคงซ้อมหนัก อย่างไม่เคยเบื่อหน่าย ซึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชื่อนักเทนนิสพี่น้องฝาแฝด ซี-ซ่า อาจจะได้รับการกล่าวขานถึง ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ซีรีน่า -วีนัส วิลเลี่ยมส์ ก็เป็นได้