![]() |
|||
|
ลุงจ่าง ศิลปินแห่งคลองนางเรียม
(2)
ฉันมีโอกาสได้พบและรู้จักกับ "ลุงจ่าง" เมื่อหลายปีก่อน โดยการแนะนำของญาติผู้น้องคนหนึ่งของฉัน ญาติของฉันคนนี้ ยึดอาชีพเป็นนักดนตรี เพราะชอบแต่งเพลงและร้องเพลงแนวเพื่อชีวิตมาตั้งแต่วัยรุ่น ...ไว้ผมยาว สวมรองเท้ายาง สะพายย่าม (เรียกกันว่า "3 ย." คือ ยาว, ยาง และย่าม) ตามแบบฉบับของนักดนตรีเพื่อชีวิตทั้งหลาย ซึ่งยึดคติในการดำรงชีพว่า "เงินมิใช่พระเจ้า" จึงจัดอยู่ในประเภท "ศิลปินไส้แห้ง" มาตั้งแต่หนุ่มจนเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน มักไม่ชอบทำงานประจำอยู่เป็นที่เป็นทางหรืออยู่เป็นหลักแหล่งที่ไหนนาน ๆ แต่จะตระเวนร้องเพลงพร้อมกีตาร์คู่ใจไปตามจังหวัดต่าง ๆ หรือตามเกาะที่มีนักท่องเที่ยวในแถบภาคใต้ราวกับชนเผ่ายิปซี วันหนึ่งเขาได้แวะมาเยี่ยมเยียนฉันที่บ้าน เรามีโอกาสได้พูดคุยกันหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องของ "ลุงจ่าง" ซึ่งเขาจะเรียกขานอย่างเคารพยกย่องว่า "อาจารย์" เพราะเคยไปฝึกเรียนวาดรูป เรียนพิมพ์ลายผ้ากับลุงจ่างมาก่อน ลุงจ่างมีลูกศิษย์ลูกหาประเภทแนวเพื่อชีวิตแบบญาติของฉันหลายคน หลายรุ่น รวมทั้งลูกศิษย์ชาวต่างชาติที่แกได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ในด้านศิลปะวาดภาพให้ด้วยความเต็มอกเต็มใจ เพราะลุงจ่างเป็นคนใจดีและไม่เคยหวงแหนวิชา ซึ่งแตกต่างจากคนโบราณทั่ว ๆ ไป ซึ่งมักจะเก็บวิชาเอาไว้กับตัวไม่ยอมถ่ายทอดให้ลูกหลาน เมื่อตายไปแล้ว วิชาก็สูญหายไปด้วยอย่างน่าเสียดาย ลูกศิษย์เหล่านี้ของลุงจ่าง จะไปกิน ไปนอนและฝึกฝนวิชาศิลป์ ที่กระท่อมหลังน้อยริมคลองนางเรียมของแก ซึ่งดูราวกับเป็นศูนย์ฝึกวิชาชีพ กินนอนพื้นบ้าน จนกระทั่งมีความเชี่ยวชาญ บางคนสามารถนำความรู้ที่ลุงจ่างถ่ายทอดให้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ทุกคนจึงรู้สึกสำนึกในบุญคุณและยกย่องนับถือลุงจ่าง ว่าเป็นปรมาจารย์ของพวกเขา และแม้จะฝึกฝนปลายพู่กันจนครบทุกกระบวนท่าแล้วก็ตาม แต่ก็ยังแวะเวียนไปมาหาสู่ ไปเยี่ยมเยียนลุงจ่างอยู่เสมอ กระท่อมหลังน้อยของลุงจ่าง จึงมิเคยขาดผู้ไปเยือน กลายเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของเหล่าศิลปินพื้นบ้านไปโดยปริยาย หลังจากได้รับฟังคำบอกเล่าเรื่องราวของลุงจ่างจากญาติของฉันแล้ว ฉันรู้สึกสนใจชีวิตของแกเป็นอย่างมากและรอคอยเวลาที่จะได้มีโอกาสไปรู้จักลุงจ่างด้วยตนเอง ในที่สุด วันที่ฉันรอคอย ก็มาถึง เมื่ออีกหลายเดือนต่อมา ญาติของฉัน ได้พาฉันไปพบลุงจ่าง ที่กระท่อมน้อยริมคลองนางเรียมของแก ซึ่งถ้าพูดไปแล้ว น่าจะเรียกว่า "ขนำ" จึงจะถูกต้อง เพราะสร้างง่าย ๆ มีไม้ใผ่กั้นเป็นฝาผนังบ้าน หลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าว ใต้ถุนเป็นคอกหมูและคอกไก่ บ้านหลังนี้ มีลักษณะพิเศษกว่าที่พบเห็นทั่ว ๆ ไป คือ ไม่มีประตูแลหน้าต่าง ด้านหน้าเปิดโล่ง ฝาผนังบ้านกั้นไว้เพียงครึ่งเดียว ส่วนบนเปิดโล่งให้ลมพัดผ่านไปมาได้สะดวก มีเสื่อหมอนผ้าห่ม วางไว้มุมห้อง ดูระเกะระกะ และสายมุ้งที่ผูกไว้ข้างฝาระโยงรยางค์ โดยมุ้งถูกตลบไว้ด้านบน หน้าบ้านมีกอไผ่กอใหญ่และหนองน้ำเล็ก ๆ ที่มีบัวนาออกดอกบานสะพรั่ง หลังบ้านเป็นพรุและพงหญ้ารกที่เชื่อมต่อกับคลองนางเรียม และมีน้ำขังตลอดทั้งปี มีเรือพายลำเล็กจอดอยู่ริมตลิ่ง เป็นภาพของกระท่อมน้อย ที่ดูเรียบง่าย คล้ายกับผู้พำนักอาศัย ลุงจ่าง ที่ฉันได้พบเห็นเป็นครั้งแรกนั้น มีรูปร่างสันทัด ผิวดำแดง ท่าทางเป็นชายสูงอายุใจดี มีเมตตากรุณา พูดคุยด้วยน้ำเสียงเนิบ ๆ ช้า ๆ พูดภาษาใต้บ้าง ภาษากลางบ้าง สลับกันไป นุ่งโสร่งผืนเก่า ๆ ไม่สวมเสื้อ มีผ้าขาวม้าคู่กายพาดไหล่ คอยปัดวีแมลงวันที่บินมาไต่ตอม สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกให้ฉันรู้ได้ในทันทีที่แรกพบว่าเป็นศิลปิน นั่นก็คือ ผมสีดอกเลาที่ยาวประบ่า และถูกรวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง แกนั่งเอกเขนกอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ริมกระท่อม ใต้ร่มไม้ใหญ่ พ่นบุหรี่อย่างคนอารมณ์ดี และมีความสุขกับชีวิต แกคงเป็นสิงห์อมควันตัวยง สังเกตได้จากก้นบุหรี่ที่ทิ้งอยู่เกลื่อนกลาดข้างแคร่ และก็คงเป็นนักดื่มคอทองแดงคนหนึ่ง เพราะมีขวดเหล้าเปล่าวางอยู่กองใหญ่ริมคูน้ำ แกคงสังเกตเห็นฉันเพ่งมองไปที่กองขวดเหล้าเปล่า ก็เลยหัวเราะ หึ ๆ ในลำคอ พร้อมกับบอกฉันว่า "นั่นเป็นของกำนัลจากลูกศิษย์ที่แวะเวียนมาเยี่ยม" ซึ่งมีทั้งขวดเหล้าขาว เหล้าไทย และเหล้านอก รวมทั้ง ขวดเบียร์เปล่า ๆ หลากหลายยี่ห้อ วางกองอยู่เป็นพะเนิน หลังจากที่ญาติของฉันได้แนะนำตัวให้รู้จักกันแล้ว
ลุงจ่างและป้าเล็กได้ให้การต้อนรับฉัน ด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดียิ่ง เราพูดคุยกันอย่างถูกคอ
ฉันบอกลุงจ่างว่า ที่มาวันนี้ เพราะได้ฟังคำบอกเล่าจากญาติถึงผลงานวาดภาพของลุงจ่าง
จึงอยากมาเห็นด้วยตาของตนเอง ลุงจ่างจึงพาฉันเดินไปชมผลงานภาพเขียนสีน้ำมันของแกที่วางซ้อน
ๆ อย่างระเกะระกะอยู่บนพื้นห้อง บางภาพถูกแขวนไว้ข้างฝาบ้านมีฝุ่นจับเขรอะ
จนแทบมองไม่เห็นความงดงามของภาพวาด ภาพฝีมือลุงจ่าง มีหลากหลาย ทั้งภาพคน
ภาพสัตว์ ภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รวมทั้งภาพวัดวาอารามและลวดลายศิลปะแบบไทย
ๆ ลุงจ่างได้นำเอาอัลบั้มรูปถ่ายที่มีภาพถ่ายผลงานเก่า ๆ ของแกมากมายที่รวบรวมเอาไว้
มาให้ดู บางภาพแกบอกฉันว่า มีฝรั่งขอซื้อไปแล้ว นอกจากภาพเขียนและภาพถ่ายแล้ว
แกยังมีตัวอย่างเสื้อผ้าอีก 2-3 ชิ้น มาอวดฉันด้วย ซึ่งเป็นฝีมือพิมพ์ลายผ้าที่แกออกแบบลวดลายและพิมพ์ลายผ้าด้วยตนเอง
ฉันรู้สึกทึ่งในฝีมือและพรสวรรค์ ในงานศิลปะของลุงจ่างเหลือเกิน และแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
ว่าผลงานเหล่านี้เกิดจากฝีมือของผู้สูงวัย ที่ฉันกำลังนั่งสนทนาอยู่ด้วย
ซึ่งดูไม่แตกต่างจากชาวบ้านในชนบททั่ว ๆ ไป เท่าไรนัก หากไม่เคยรู้เรื่องราวประวัติของแกมาก่อน
เปรียบดั่ง "ช้างเผือกอยู่ในป่า" นั่นแหละ ภาพเขียนบางภาพดูงดงามราวกับเป็นภาพวาดโดยฝีมือของจิตรกรเอกเลยทีเดียวล่ะ
แต่แกก็ถ่อมตัวว่า แกสร้างผลงานเหล่านี้ขึ้นมาด้วยใจรัก มิได้หวังจะเป็นจิตกรที่ร่ำรวย
และมีชื่อเสียงแต่อย่างใด |
|||
|
|
|||
|