ลุงจ่าง ศิลปินแห่งคลองนางเรียม (1)
โดย จันทริกา

   เมื่อเอ่ยถึง "ทะเลน้อย" คนเมืองลุงในท้องถิ่นส่วนใหญ่จะรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่นแล้ว พวกเขารู้จักทะเลน้อยในฐานะ อุทยานนกน้ำ ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและเชิดหน้าชูตา เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง เพราะมีนกน้ำจำนวนมากมายอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 112 ชนิด มีทะเลบัวใหญ่ที่ออกดอกสีชมพูสดใสบานสะพรั่งรับแสงอรุณในยามเช้าราวกับเชื้อเชิญผู้มาเยือน พื้นผิวน้ำที่ถือเป็นป่าพรุน้ำจืดนั้น มีพืชน้ำนานาชนิดขึ้นเจริญงอกงาม และอุดมไปด้วยพันธุ์สัตว์น้ำ

   น้ำในทะเลเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่น้ำเกือบจืดสนิท มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพของนกและมีอาหารมากมายพอที่จะดึงดูดและล่อใจให้นกน้ำนานาพันธุ์ มาอาศัยหากิน กลายเป็นแหล่งรวมของนกน้ำจำนวนนับหมื่นตัวเกือบทุกฤดูกาล มีทั้งนกประจำถิ่นซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 79.35 ของนกทั้งหมด ที่เหลือเป็นนกที่อพยพมาอาศัยอยู่ในบางฤดูกาล นกที่พบเห็นได้ทั่ว ๆ ไปในบริเวณนี้ เช่น นกเป็ดแดง, นกอีโก้ง (ชื่อพื้นบ้านเรียกว่า "นกพริก") นกเป็ดคับแค, นกอีล้ำ, นกตีนเทียน, นกแอ่นทุ่งใหญ่ และเหยี่ยวแดง เป็นต้น

   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ประกาศให้พื้นที่ทะเลน้อยในอาณาเขตประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2518 และถ้ารวมพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราชและสงขลาเข้าด้วยกันแล้ว จะมีเนื้อที่ประมาณ 457 ตารางกิโลเมตร

   พื้นที่ระบายน้ำของทะเลน้อย มีขนาดเพียง 141.47 ตารางกิโลเมตร หรือ ร้อยละ 4.13 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนใหญ่ครอบคลุมพื้นที่เขตอำเภอป่าพะยอม อำเภอควนขนุน และพื้นที่บางส่วนในเขตอำเภอศรีบรรพต ลำน้ำสายหลักที่สำคัญคือ คลองป่าพะยอมและคลองตลิ่งชัน ซึ่งไม่ได้ระบายน้ำลงทะเลน้อยโดยตรง แต่ระบายลงป่าพรุเหนือทะเลน้อย ที่เรียกว่า "พรุควนเคร็ง" และจะไหลลงสู่ทะเลน้อยในที่สุด

   ลำน้ำธรรมชาติส่วนใหญ่ของจังหวัดพัทลุง เป็นลำน้ำสายสั้น ๆ ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาบรรทัด ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาทางทิศตะวันออก มีความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 38 กิโลเมตร

   ทะเลน้อยตั้งอยู่ในเขตอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง อยู่ทางทิศเหนือของทะเลสาบสงขลา(ตอนใน) มี "คลองนางเรียม" และ "คลองยวน" ยาวประมาณ 2.50 กิโลเมตร เชื่อมติดต่อกับทะเลสาบตอนใน ทุกวันจะมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น นำเรือหางยาว 4-5 ลำมาจอดรอเทียบท่าอยู่ริมฝั่งใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติทะเลน้อย เพื่อบริการพานักท่องเที่ยวนั่งเรือชมนกน้ำบริเวณรอบ ๆ ทะเลน้อย ในอัตราเหมาะลำ ๆ ละ 200 บาท ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 2 ชั่วโมง เรือหางยาวลำหนึ่ง ๆ จุนักท่องเที่ยวราว 8-10 คน ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการนั่งเรือหางยาวชมนกน้ำ คือ ช่วงยามเช้า ขณะที่นกกำลังจะออกจากรังไปหากินและยังมีโอกาสได้ชื่นชมตื่นตาตื่นใจกับบึงบัวที่ชูก้านดอกบานสะพรั่งอย่างงดงาม และช่วงเย็นก่อนตะวันลับฟ้าที่นกกำลังจะบินกลับรังในระหว่างเดือนธันวาคม ถึง เดือนมีนาคม ซึ่งเป็นฤดูที่นกวางไข่จะมีนกมาอาศัยอยู่ชุกชุมกว่าช่วงเวลาอื่นของปีและในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็น "วันแห่งความรัก" ทางจังหวัดจะจัดเทศกาล "ล่องเรือหารัก" โดยจัดให้มีการสมรสหมู่ขึ้นอีกด้วย

   คลองนางเรียมนั้น ถือเป็นสายน้ำเก่าแก่ดั้งเดิมของชาวบ้านทะเลน้อย ที่ได้ใช้เป็นเส้นทางเดินเรือสัญจรไปมาและขนสินค้า เช่น ข้าว, ผลไม้ เป็นต้น จากเมืองลุงไปขายยัง "ท่าออก" (ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา) หรือ ขนสินค้าจากท่าออก เช่น เกลือ, น้ำตาลโตนด, ปลาแห้งปลาเค็ม เป็นต้น มาขายที่เมืองลุง เป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลน้อยกับทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันการเดินทางทางเรือในเส้นทางสายนี้ มีบทบาทสำคัญลดน้อยลงมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน เนื่องจากมีการตัดถนนหลายสายที่ช่วยให้การเดินทางทางบกสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะถนนสายใหม่ทะเลน้อย-ระโนด ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างจังหวัดพัทลุงและอำเภอระโหนดได้มากทีเดียว

   คลองนางเรียมแห่งนี้ ยังมีตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานต่อ ๆ กันมาช้านานเกี่ยวกับจอมขมังเวทย์ "ตาขุนดำ" ที่ภายหลังได้กลายร่างเป็น "จระเข้ใหญ่" เฝ้าคลองนางเรียม ซึ่งฉันเคยเขียนเล่าให้เธอฟังแล้ว

   อ่านต่อ ตอนที่ 2